|
หน้า
1
2
3
4
เจ้าคณะจังหวัดลำพูนยกความผิดของพระศรีวิชัยขึ้น ๘ ข้อ คือ
๑. ตั้งตัวเป็นอุปัชฌาย์ บวชกุลไม่มีใบอนุญาต
๒. ไม่อยู่ในความบังคับบัญชาของพระครูมหารัตนากร เจ้าคณะแขวงลี้
๓. เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาณาจักรเรียกประชุมสงฆ์ท้องที่อำเภอลี้
เพื่อตักเตือนให้รู้ระเบียบคณะสงฆ์ ไปประชุมทุกวัดเว้นแต่พระศรีวิชัยไม่ไป
๔. ทางราชการป่าวร้องให้วัดทั้งหลายตามประทีปตีฆ้อง กลอง ในการพระราชพิธีราชาภิเษก
วัดทั้งหลายทำตามแต่พระศรีวิชัยไม่ทำ
๕. เจ้าคณะแขวงลี้ วัดทั้งหลายขัดขืนต่อการปกครองคณะสงฆ์ เพราะเอาอย่างพระศรีวิชัย
จึงร้องต่อพระครูศีลวิลาศ ผู้รั้งตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดลำพูนๆ
ได้ว่ากล่าวตักเตือนเรียกทันบนพระศรีวิชัย ๆ ก็ยังขัดขืนประพฤติดังก่อนอีก
ข้อ ๑ ถึงข้อ ๕
เจ้าคณะจังหวัดลงโทษพระศรีวิชัยไว้ ๒ ปี
ตามคำสั่งของเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
๖.
เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาณาจักรขอสำรวจสำมะโนครัว พระศรีวิชัยไม่ยอมให้สำรวจ
ให้เจ้าหน้าที่สำรวจเอง เจ้าคณะแขวงเจ้าคณะจังหวัดสั่งไปก็ไม่ทำ ๗. เจ้าคณะแขวงลี้
นัดประชุมอธิการวัดทั้งปวงในแขวงของตนอธิการหลายวัดหามาประชุมไม่
เพราะพระศรีวิชัยเป็นผู้ทำเป็นตัวอย่าง
๘. ลือกันว่า พระศรีวิชัยมีบุญ เช่นมีดาบฝากทองคำเล่ม ๑
ตกลงมาจากอากาศอยู่ที่แท่นบูชาของพระศรีวิชัยๆ เก็บรักษาไว้
การลือนี้พระศรีวิชัยจะอวดตัวเองหรือคนอื่นลือไปเองก็ตามก็เชื่อว่าเกิดแต่พระศรีวิชัยเป็นเหตุ
ทำให้มหาชนหลงเชื่อนับถือ
ข้อ ๖-๗-๘ นี้
เจ้าคณะจังหวัดลงโทษขับพระศรีวิชัยจากจังหวัดลำพูน ตาม
คำสั่งของผู้แทนเจ้าคณะใหญ่หนเหนือภายใน ๑๕ วัน พระศรีวิชัยไม่ไป
เจ้าคณะจังหวัดถือว่าขาดคำสั่ง เอาตัวมากักไว้
ต่อมาหม่อมเจ้าบวรเดชขออนุญาตต่อผู้เจ้าคณะหนเหนือ ส่งพระศรีวิชัยมากรุงเทพฯ
เกล้ากระหม่อมทั้งหลาย ไต่สวนพระศรีวิชัย เธอให้การดังต่อไปนี้
๑. ข้อ ๑ ถึง ข้อที่ ๕ พระศรีวิชัยรับสารภาพ
๒. ข้อ ๖ พระศรีวิชัยแก้ตัวว่า
เธอไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสไม่ใช่หน้าที่ของเธอ
๓. อธิการอื่นๆ เอาอย่างเธอเอง เธอไม่ได้บอกไม่ได้สั่ง
๔. ข้อที่ ๘ พระศรีวิชัยปฎิเสธว่า
ของเช่นนั้นเธอไม่ได้มีและเธอไม่ได้อวด เขาลือกันไปเอง เกล้ากระหม่อมพิจารณาเห็นร่วมกันดังต่อไปนี้
๑ . ข้อ ๑ ถึงข้อ ๕
พระศรีวิชัยรับสารภาพแล้วได้รับโทษแล้วเป็นอันไม่ต้องพิจารณา
๒. ข้อ ๖ ตามคำแก้พระศรีวิชัยนั้น แก้ถูกเพราะเธอถูกถอด
๓.
ข้อ ๗
เป็นความผิดของอธิการผู้เอาอย่างต่างหาก เพราะอธิการไปเอาอย่างมิใช่อธิการ
พระศรีวิชัยไม่ผิด
๔. ข้อ ๘ ไม่มีพยานหลักฐานว่าพระศรีวิชัยอวด
เมื่อมีคนเล่าลือกันไปเอง จะลงเอาเองว่าพระศรีวิชัยมีความผิดเพราะเกิดแต่เธอหาไม่
ตามที่พิจารณาในข้อ ๖ - ๗ - ๘ ได้ความว่าพระศรีวิชัยไม่มีความผิด
เจ้าคณะลงโทษเกินไป เพราะฉะนั้นควรปล่อยให้พระศรีวิชัยกลับไปภูมิลำเนาของตน
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
(ลงพระนาม)
กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์
(ลงนาม)
พระญาณวราภรณ์
(ลงนาม)
พระธรรมไตรโลกาจารย์
แถลงการณ์ ฯ เล่มที่
๘ หน้า ๑๗๓
(สำเนา)
พระดำรัสสั่งคำวินิจฉัย
ด้วยได้อ่านรายงานของกรมหมื่นชินวรสิริรัตน์
กับพระญาณวราภรณ์ พระธรรมไตรโลกาจารย์ เข้ากันเป็นคณะกรรมการพิจารณากรณีพระศรีวิชัย
วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนนี้แล้ว คณะกรรมการไม่ได้พิจารณาข้อหา ๕
ข้อเบื้องต้น ด้วยเห็นว่าพระศรีวิชัยรับสารภาพ และ ได้รับโทษแล้วนั้น
เพ่งโทษฐานเป็นการล่วงแล้วไม่จำเป็นต้องพิจารณาจริง
แต่เมื่อเพ่งถึงยุติธรรมและความเป็นแบบอย่างต่อไปควรวินิจฉัยไว้ด้วย
ข้อ ๑.
พระศรีวิชัยตั้งตัวเป็นอุปัชฌาย์เอง
บวชกุลบุตรไม่มีใบอนุญาตนั้นมีความผิดต่อคณะโดยแท้เจ้าคณะลงโทษกักตัวพระศรีวิชัยไว้ได้อยู่
ส่วนกำหนดถึงสองปีนั้นแรงเกินไป
คดีเช่นนี้ตามธรรมเนียมที่เป็นมาเราเป็นผู้สั่งลงโทษเอง
คณะผู้แทนเจ้าคณะใหญ่หนเหนือสั่งตามลำพังตนเอง ก็ไม่ผิดดอกแต่ถ้าด้ขอคำสั่งของเราการลงโทษจะได้เป็นพอดี
ข้อ ๒. พระศรีวิชัย
ไม่อยู่ในความบังคับบัญชาของเจ้าคณะแขวงนั้นมีความผิดเฉพาะข้อที่สมควร
เจ้าคณะแขวงจะลงโทษควรยกข้อนั้นขึ้นกล่าว
ข้อ ๓.
เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาณาจักรเรียกประชุมสงฆ์เพื่อตักเตือนให้รู้จักการคณะสงฆ์และทางราชการ
พระศรีวิชัยไม่ไปนั้นถ้าเขาขอให้เจ้าคณะแขวง
เป็นผู้บอกนัดและพระศรีวิชัยเป็นเจ้าสำนักปกครองคณะสงฆ์หมู่หนึ่ง
และไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องที่จะไปมิได้ มีความผิด
ถ้าลำพังเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาณาจักรเรียกประชุมเอง พระศรีวิชัยไม่ไปจะยกเป็นความผิดมิได้ฃ
ข้อ ๔.
ทางราชการป่าวร้องให้วัดทั้งหลายตามประทีปตีฆ้องกลอง ในราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภช
พระศรีวิชัยไม่ทำตามนั้นการตามประทีปตีฆ้องกลอง เป็นกิจอันจะพึงทำด้วยความมีแก่ใจ
ทางราชการป่าวร้องเป็นเพียงนัดให้ทำ ถ้าเป็นการบังคับแล้วผิดทาง
ไม่เป็นพระเกียรติยศ พระศรีวิชัยไม่ทำตามไม่ควรยกขึ้นเป็นความผิด
ข้อ ๕. วัดทั้งหลาย
ขัดขืนต่อความปกครองของเจ้าคณะแขวงเจ้าคณะยกเป็นความผิดของพระศรีวิชัยนั้นหาถูกไม่
ชอบแต่จะเอาความผิดแก่เจ้าอาวาสทั้งหลายเหล่านั้นเอง
ข้อหาทั้ง ๕ นี้
ดูทีเป็นไปต่างคราวกันเจ้าคณะจักเอาโทษควรจะยกขึ้นว่าในคราวที่ทำไม่ยกขึ้นว่าในความตอนนั้นๆ
มาประมวลยกขึ้นว่าและลงโทษในคราวเดียวกันอย่างนี้ไม่เป็นหลักฐาน
คนทั้งหลายจึงเห็นว่าข่มเหงพระศรีวิชัย
อันที่จริงดูเหมือนจะระแวงตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาณาจักรว่าเป็นผีบุญ
จักยกความผิดทางนั้นไม่ถนัดจึงหยิบความผิดทางอื่นมาประมวลกันเป็นสาเหตุลงโทษเพื่อจะได้เอาตัวมากักไว้เท่านั้น
พระมีคนติดตามมากอย่างนี้
ยังไม่ได้ทำการอันจัดว่าเป็นความผิดทางอาญาแผ่นดินหรือทางพระศาสนา ยังเอาโทษไม่ได้
เมื่อถูกลงโทษโดยมิบังควร นอกจากผิดยุติธรรมคนทั้งหลายผู้สงสารย่อมเป็นความดีของเธอ
และถือมากขึ้นครั้งโบราณการเช่นนี้อันเป็นไปรุนแรงถึงเป็นเหตุตั้งศาสนาขึ้นใหม่
ก็ได้เคยมีมาแล้ว
ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ คณะกรรมการวินิจฉัยว่า
พระศรีวิชัยไม่ผิดเจ้าคณะลงโทษเกินไป
แต่ปล่อยให้กลับไปลำพังเข้ากับเจ้าคณะไม่ได้จักเตร็ดเตร่อยู่ ควรจัดส่งคืนไป
ถ้าควรให้เป็นเจ้าสำนักก็ให้เป็นไปตามเดิม ถ้าไม่ควร
ก็จงให้มีสังกัดอยู่ในวัดอื่นที่พระศรีวิชัยจะพึงเลือกได้ตามใจ กรมหมื่นชินวรสิริวัฒน์จงสั่งตามนี้
(ลงพระนาม) กรม-วชิรญาณวโรรส
หน้า
1
2
3 4
|