อา. 26 ก.ย. 2547   13:38:30

หน้า  1  2  3  4                  นามเดิมว่า อ้ายฟ้าร้อง เพราะขณะเกิดอากาศวิปริตผิดปกติ มีทั้ง ลม ฝน ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า จึงถือเอานิมิตนั้นมาตั้งเป็นชื่อ และก็ดังสมชื่อ ดังจนถือทุกวันนี้ เกิดวันอาคาร ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๙ เหนือ (เดือน ๗ ใต้ ) ตรงกับวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๔๒๑ ปีขาล (เสือ) เวลาพลบค่ำ บิดาชื่อนายควาย มารดา ชื่อนางอุสา
        บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๘ ปี ณ วัดบ้านปาง (เป็นอารามเล็กๆ ประจำหมู่บ้าน) มีครูบาขัตติยะ วัดบ้านปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อครบอายุ ๒๐ ปี ก็อุปสมบท มีพระครูสุมโม วัดโป่หลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ในนามฉายาว่า ศิริวิชโย ชาวบ้านเรียกว่า ครูบาศรีวิชัย บ้าง ครูบาบ้านปางบ้าง ครูบาศีลธรรมบ้าง เป็นนามที่ชาวบ้านตั้งให้ด้วยความนับถือ เมื่ออุปสมบทแล้วก็ลาครูบาอาจารย์วัดเดิมไปศึกษาปฏิบัติกรรมฐานกับพระครูปาละวัดดอยแต อำเภอแม่ทา ได้ ๑ พรรษา ก็กลับวัดเดิม
            ด้วยเหตุที่ท่านอุปนิสัย ชอบสงบเสงี่ยมเจียมตัวพูดน้อยกิน และรู้แนวทางปฏิบัติมาบ้างแล้ว จึงถือโอกาสขึ้นไปอยู่ปฏิบัติกรรมฐานอยู่บนดอยทิศใต้ของหมู่บ้าน (ที่ท่านสร้างเป็นวัดบ้านปางเดี๋ยวนี้) เมื่อได้วิเวกทางจิตใจ ก็ก้าวเข้าสู่สมาธิหยั่งลงสู่วิปัสสนาญาณ เสวยความสุขในฌานเป็นปัตจัตตังบอกใครไม่ได้ ท่านก็ยิ่งเพิ่มความเพียรในการปฏิบัติกรรมฐานมากยิ่งขึ้น เคร่งครัดมัธยัสถ์ในพระวินัย ไม่แตะต้องลาภสักการะปัจจัย ฉันมังสะวิรัติ ศรัทธาประชาชนจึงเกิดความเลื่อมใสชื่อเสียงท่านกก็ยิงไกลออกไป คนยิ่งหลั่งไหลมามากขึ้น ชาวบ้านก็เลยบุกเบิกป่านั้นสร้างเป็นวัดขึ้น ไม่นานก็สร้างเสร็จเป็นวัดอย่างสมบูรณ์และมีการ และมีการปอยหลวง (ฉลอง) ๗ วันคืน ให้ชื่อวัดนั้นว่า “ วัดศรีดอนชัยทรายมูลบุญเรืองบ้านปาง “ ยาวเกินไปจึงใช้พยางค์หลังวัดบ้านปางเท้านั้น ส่วนวัดเดิมที่มีอยู่ในหมู่บ้านก็หมดสภาพไป
            ระเบียบพระวินัย พระที่บรรพชาอุปสมบทแล้ว ๑ - ๕ พรรษาเรียกว่า นวกะ แปลว่าผู้ต้องอยู่ถือวิสัยกับพระอุปัชฌาย์อาจารย์เรียนธรรมวินัยก่อน ๖ - ๙ พรรษาเรียกว่า มัชฌิมะ แปลว่า ปานกลางได้ร่ำเรียนธรรมวินัยในสำนักของครูบาอาจารย์ มีความรู้ความเข้าใจมาบ้างแล้ว ก็จะทำหน้าที่ช่วยครูบาอาจารย์สั่งสอน ธรรมวินัย ทำสังฆกิจ สังฆกรรม หาประสบการณ์เพิ่มความฉลาดให้มากขึ้น ๑๐ พรรษาขึ้นไปแล้วเรียกว่า เถระ แปลว่า มั่นคง ได้สวดเรียน เขียนอ่าน มีประสบการณ์ในสังฆกิจ สังฆกรรม ทำเองและแนะนำให้ผู้อื่นได้บ้างแล้วจึงมีพุทธบัญญัติให้เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบทกุลบุตรได้ พระธรรมวินัยวัยแบ่งวัยของพระไว้ ๓ วัยอย่างนี้
            ระเบียบคณะสงฆ์ คณะสงฆ์เห็นว่า พระภิกษุถึงแม้จะอุปสมบทมาเกิน ๑๐ พรรษาแล้ว ไม่ฉลาดในทางธรรมวินัย ไม่เข้าใจในสังฆกิจสังฆกรรมที่มีอยู่สังฆกรรมเป็นพุทธบัญญัติ พระผู้ไม่ฉลาดในวินัยทำสังฆกรรมไป ก็เป็นกรรมวิบัติใช้ไม่ได้โดยเฉพาะพระภิกษุผู้จะเป็นพระอุปัชฌาย์ ถ้าไม่ตั้งกำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้ ใครมีพรรษาพ้น ๑๐ ก็เป็นอุปัชฌาย์บวชได้ ก็จะบวชเรื่อยไป โดยไม่ต้องเลือกเฟ้นคนที่จะมาบวชดังคำที่พูดว่า “บวชหลบ บวชลี้ บวชหนีทหาร”ฯ เมื่อมีคนประเภทนี้มาบวชก็กลายเป็นโจรปล้นพระศาสนา ดังนั้นพระสงฆ์จึงตั้งกำหนดเกณฑ์ไว้ สำหรับพระผู้จะเป็นพระอุปัชฌาย์จะต้องฉลาด เข้าใจในสังฆกรรมนั้นๆ เจ้าคณะผู้บังคับบัญชาชั้นสูงขึ้นไปจะเป็นผู้เลือกเฟ้นแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ได้
            ชาวบ้านไม่เขาใจระเบียบคณะสงฆ์  ชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสในครูบาศรีวิชัยก็นำลูกจูงหลานไปหาครูบาศรีวิชัยขอให้บวชเพื่อจะได้อยู่ปฏิบัติศีลธรรมกรรมฐานเหมือนอย่างท่าน  หารู้ไม่ว่าครูบาฯ  ไม่ได้เป็นอุปัชฌาย์  ตามประวัติท่านก็ทำหนังสือ  ขออนุญาตเป็นอุปัชฌาย์ถึงนายอำเภอและเจ้าคณะแขวงลี้  ให้กำนันนำไป  แต่เรื่องล่าช้ากาลเวลาจะเข้าพรรษาก็ใกล้เข้ามารทุกที ๆ  ท่านคงคิดว่าหนังสือขออนุญาตเป็นอุปัชฌาย์และบวชกุลบุตร  ถึงนายอำเภอและเจ้าคณะแขวงแล้ว  แต่ใบอนุญาตก็ถึงจะส่งมาทีหลัง  ท่านก็จัดการบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรเหล่านั้น
              
ต้องอธิกรณ์ (คดี) ครั้งแรก ที่ท่านคอยอนุญาตเป็นอุปัชฌาย์และบวชกุลบุตร ไม่ส่งมาสักทีนั้น เป็นเพราะเจ้าคณะแขวงลี้พระครูมหารัตนกร และนายอำเภอ เห็นพ้องต้องกันว่า ถ้าอนุญาตให้เป็นพระอุปัชฌาย์ บรรดากุลบุตรก็จะหลั่งไหลกันไปอยู่ด้วยลูกศิษย์ลูกหาก็จะเพิ่มมากขึ้น เมื่อกำเริบสานก็จะปราบปรามไม่ลง จึงไม่อนุญาต เมื่อท่านให้บรรพชากุลบุตรเช่นนั้น จึงโดนข้อหาเป็นอุปัชฌาย์เถื่อน และบวชกุลบุตรที่ไม่ได้รับอนุญาต นายอำเภอลี้จึงนำตำรวจเข้าควบคุม นำไปที่เจ้าคณะแขวงลี้ ควบคุมตัวอยู่ ๕ วัน บรรดาลูกศิษย์ลูกหาศรัทธาประชาชนทยอยกันไปเฝ้าดูเหตุการณ์มากขึ้นทุกทีๆ เจ้าคณะแขวงและนายอำเภอลี้ เห็นทีไม่ปลอดภัยจึงส่งตัวครูบาเข้าเมืองลำพูน พร้อมด้วยข้อหาอุปัชฌาย์เถื่อน
            เจ้าคณะ (จังหวัด) เมืองลำพูน (พระครูญาณมงคล) สอบไล่ไต่ประมวลความ ครูบาฯเล่าไปตามเรื่องว่า ได้ทำหนังสือขออนุญาตไปแล้ว วันเข้าพรรษาใกล้เข้ามาสงสารเวทนากุลบุตรผู้มุ่งหวังเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร จึงเป็นอุปัชฌาย์บวชให้ ถ้าเป็นพระราชบัญญัติกฎหมายบ้านเมือง ก็ขอยอมรับผิดด้วยความยินดี เจ้าคณะเมืองพิจรณาแล้วเห็นว่า ครูบาทำไปโดยความบริสุทธิ์ใจ ถือตามหลักพระธรรมวินัย เจ้าคณะแขวงเมืองและนายอำเภอลี้มีส่วนผิดอยู่ด้วย เมื่อได้รับหนังสือขออนุญาตแล้วก็ไม่ได้แจ้งให้ทราบแต่ประการใด จึงยกโทษเอาผิด ว่ากล่าวตักเตือน ให้อยู่ในกฎหมาย ท่านก็เดินทางกลับบ้านปาง
            ต้องอธิกรณ์ครั้งที่ ๒ ในสมัยนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครองทั้งผายอาณาจักรพุทธจักร มีพระราชบัญญัติระเบียบ กฎกติกาอะไรหลายอย่าง เจ้าคณะแขวงเมื่อได้รับนโยบายมาแล้วก็จำต้องเรียกประชุมลูกคณะให้มาฟังนโยบาย จึงมีคำสั่งให้เจ้าอาวาสทุกวัดให้มาประชุม เพื่อซักซ้อมความเข้าในเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ส่วนครูบาศรีวิชัย เป็นพระมักน้อยสันโดษ ยินดีอยู่กับการเจริญเมตตาภาวนา ไม่สนใจการบ้านการเมืองการคณะสงฆ์ จึงไม่ได้ไปประชุม จึงโดนข้อหาว่าไม่สนใจกิจการคณะสงฆ์ และยังยุยงให้วัดอื่นกระด่างกระเดื่องต่อการปกครองด้วย ถูกส่งตัวเข้าเมืองลำพูนอีก ท่านแก้ข้อกล่าวหาว่า เพลิดเพลินในการเจริญวิปัสสนา จึงลืมวันนัดหมายและอยู่ในวัด ในกุฏิได้ยุยง วัดอื่นใดเลย อีกประการหนึ่ง ขาดประสงฆ์ในครั้งพุทธกาลก็ไม่ปรากว่าพระพุทธองศ์ทรงเอาผิดในมหาปรินิพพานสูตรพระพุทธองค์ก็ทรงยกย่องสรรเสริญปฏิบัติบูชาข้าพเจ้าก็ปฏิบัติตามถ้อคำแห่งพระสัพพัญญูเจ้าคณะกรรมการที่ทำการสอบสวน ได้สังเกตสังกา อากัปกิริยา ปฏิปทาของครูบาท่านก็ปฏิบัติตามที่พูด ไม่พบเห็นข้อพิรุธผิดเพี้ยนจากครองธรรม เป็นข้อกล่าวหาที่หยุมหยิม หาสาระไม่ได้ ก็ปล่อยไป
            ต้องอธิกรณ์ครั้งที่ ๓ คราวนี้ทางราชการอำเภอ และเจ้าคณะแขวงลี้ นัดหมายให้พระสงฆ์สามเณรในอำเภอลี้ไปประชุมฟัง พ.ร.บ. คณะสงฆ์เพิ่มเติมอีก ครูบาถือเอามติของมติเจ้าคณะเมืองว่าการขาดประชุมไม่เป็นโทษร้ายแรงก็ไม่ไป แต่วัดนอกนั้นเห็นจะเบื่อเรื่องการประชุมจึงไปบ้าง ไม่ไปบ้าง เจ้าคณะแขวงลี้เห็นวัดที่ไม่มายึดเอาครูบาเป็นอบบอย่าง จึงควบคุมตัวเข้าไปเมืองลำพูนอีก คราวนี้ถูกลงโทษ ๑ ถอดจากเจ้าอาวาส ๒. ให้กักตัวอยู่ในวัดพระธาตุหริภุญชัย ๑ ปี เพื่อศึกษา พ.ร.บ. คณะสงฆ์ เมื่อครบกำหนดก็กลับบ้านปางศรัทธาประชาชนก็เพิ่มความเครพนับถือมากขึ้น
            ต้องอธิกรณ์ครั้งที่ ๔ มีความผิดร้ายแรง ต่อจากนั้นมาประมาณหนึ่งเดือนเศษ เจ้าคณะแขวงลี้ก็มีคำสั่งมาที่ครูบาอีกให้สำรวจรายชื่อพระภิกษุสามเณรในวัดบ้านปางส่งให้ด่วน ฝ่ายครูบาปฎิเสธทันทีว่าตนปฏิบัติตามไม่ได้ เพราะมิใช่เจ้าอาวาสและต่อมาคำสั่งที่ ๒ ก็มาถึงครูบาอีก ให้วัดทุกวัดจุดประทีปโคมๆ ลั่นฆ้อง สวดชัยมงคลคาถาในวันบรมราชาภิเษกสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นเถลิงถวัลราชสมบัติเป็นพระเจ้าแผ่นดินครูบาเห็นว่าวัดบ้านปางก็จุดไฟสว่างไสวและการสวดมนต์ภาวนาก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่ทำเป็นกรณีพิเศษ ขอเอาปฏิบัติบูชาเป็นราชสักการะ จึงโดนข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งราชการ เป็นข้อหาที่ร้ายแรงมาก เจ้าคณะแขวงลี้จึงรายงานด่วนถึงเจ้าคณะลำพูนๆ ก็มีคำสั่งเด็ดขาดถึงครูบาศรีวิชัย ผ่านเจ้าคณะแขวงลี้
             
วันที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๖๒
           
เจ้าคณะจังหวัดลำพูน ถึงพระศรีวิชัย วัดบ้านปาง เนื่องจากท่านไม่ฟังคำบังคับบัญชาของฉันและเจ้าคณะแขวงลี้ กลับขัดขืนต่อระเบียบราชการบ้านเมือง การสำรวจพระอาราม กับการอื่นๆอีกหลายประการ บัดนี้ พระสงฆ์ทั้งหลาย เห็นว่าท่านไม่ควรอยู่วัดนี้ต่อไปเพราะฉะนั้น นับตั้งแต่วันได้รับคำสั่งกับได้ฟังปรึกษา (พิพากษา) โทษเป็นต้นไป ให้ท่านออกไปพ้นเขตจังหวัดลำพูนใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่ประกาศนี้

                                                      (ลงนาม) พระครูญาณมงคล
                                            พระครูญาณมงคลเจ้าคณะจังหวัดลำพูน
หน้า  1  2  3  4

 dia_pink.gif ตำนานวัดศรีโสดา
 dia_pink.gif ประวัติวัดศรีโสดา
 dia_pink.gif ลำดับเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา
 dia_pink.gif ประวัติครูบาศรีวิชัย
 dia_pink.gif การตั้งอธิกรณ์ครูบาศรีวิชัย
 dia_pink.gif การสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ

 flower05_pink.gif ปฐมนิเทศพระธรรมจาริก
 flower05_pink.gif บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
 flower05_pink.gif บรรพชาอุปสมบทชาวเขาประจำปี
 flower05_pink.gif งานวันกตัญญู

 

 

 แท่นเขียนธรรมครูบา

 

  รถ 3 ล้อบรรทุกอาหารถวายครูบา

เฉลียงหามครูบา

 

ผ้าอังคพันธ์มัดอกครูบา

 

เตียงหวายครูบา

 

เตียงนอนครูบา

รถยนต์คันแรก
ที่ขึ้นดอยสุเทพ รับ-ส่งครูบา