![]() |
|
กะเหรี่ยง|แม้ว|เย้า|มูเซอ|ลีซอ|อีก้อ|ลัวะ|ถิ่น|ขมุ|ผีตองเหลือง|ปะดอง|ปะหล่อง|12 ชนเผ่า|วัดศรีโสดา|โครงการพระธรรมจาริก| |
|
|
|
ประวัติความเป็นมา ผีตองเหลืองเรียกชื่อเชื้อชาติของตนเองว่า "มลาบรี" มีความหมายว่า คนป่าสำหรับคำว่า "ผีตองเหลือง" นั้นเป็นชื่อเรียกของชาวบ้านคนไทยทางภาคเหนือ ที่ใช้เรียกชนกลุ่มนี้ เนื่องจากชนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมเร่ร่อน เสาะหาแหล่งอาหารโดยการล่าสัตว์และเก็บพืชผักผลไม้ตามที่ต่าง ๆ ในป่ามารับประทาน ที่พักหรือบ้านก็สร้างเป็นเพิงหลังคามุงด้วยใบตองสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยในระหว่างหาอาหาร เมื่อแหล่งที่อยู่อาศัยนั้นมีอาหารไม่พอเพียง ก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อหาอาหารต่อไป และเป็นความบังเอิญที่ว่าชาวบ้านในแถบนั้นเคยพบชนกลุ่มนี้ตั้งแต่เริ่มสร้างที่อยู่และสังเกตว่า เมื่อใบตองเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง ก็จะย้ายหนีไป ประกอบกับลักษณะนิสัยของเขาเมื่อได้พบกับคนไทยหรือคนเผ่าอื่นที่ไม่เคยรู้จักกัน ก็อพยพหลบหนีทันที จึงถูกเรียกชื่อว่า "ผีตองเหลือง" ประวัติความเป็นมา การกระจายตัวและประชากร มีหลักฐานบางประการทางประวัติศาสตร์และตำนานเรื่องเล่า ทำให้เชื่อได้ว่า ผีตองเหลืองมีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณแม่น้ำโขงของแขวงไชยะบุรี ประเทศลาวสำหรรับผีตองเหลืองในประเทศไทย อพยพเข้ามาเมื่อใดไม่มีใครทราบ ในอดีตเคยอยู่กระจายกันในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และเลย แต่ปัจจุบันผีตองเหลืองอาศัยอยู่ในสองจังหวัดของประเทศไทยเท่านั้นคือ แพร่และน่าน และมีประชากร 184 คน นับว่าเป็นชนเผ่าที่มีประชากรน้อยเผ่าหนึ่ง การย้ายที่อยู่ การย้ายที่อยู่มักจะย้ายหลังจากอาหารในบริเวณนั้นไม่พอเพียงกับจำนวนสมาชิก ในปัจจุบันจะพบว่า ส่วนใหญ่แล้วชนกลุ่มนี้จะอพยพตามลักษณะภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์โดยจะอาศัยอยู่ในแต่ละพื้นที่เป็นเวลา 5-10 วัน แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นที่อาหารเพียงพอ การอพยพอาจจะทำอีกรูปแบบหนึ่งคือ ย้ายไปแล้ววนกลับมาที่เดิมอีกในรัศมีประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร ในด้านความเป็นอยู่ของผีตองเหลืองซึ่งมีความเป็นอยู่แบบเร่ร่อนยังไม่รู้จักรวมตัวกันอยู่ในรูปของหมู่บ้าน แต่จะอยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และอพยพเคลื่อนย้ายไปเพื่อหาแหล่งอาหารในป่า ดังนั้นชนกลุ่มนี้จะสร้างที่พักอาศัยในลักษณะเพื่อเป็นที่พักชั่วคราวเท่านั้น มีลักษณะเป็นเพิง เพราะสร้างง่าย ที่พักอาศัยจะสร้างจาไม้ไผ่หลังคาจะมุงด้วยใบตอง ใบหวาย หรือใบไม้ชนิดอื่น ๆ ที่มีใบใหญ่พอที่จะมุงเป็นหลังคาได้ ลักษณะครอบครัว ลักษณะครอบครัวของผีตองเหลือง ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นครอบครัวเดี่ยวซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดครอบครัวประมาณ 3-6 คน เพราะภายหลังการแต่งงานคู่สมรสมักจะแยกออกจากครอบครัวเดิมของตนไปตั้งครอบครัวใหม่ จะไม่มีการอยู่ร่วมชายคาเดียวกับพ่อแม่ ทั้งของฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย การแต่งงานของผีตองเหลือง นิยมแต่งงานกับคนในเผ่าเดียวกันนอกกลุ่ม แต่จะไม่แต่งงานกับบุคคลที่เป็นเครือญาติกัน นอกจากนี้ ผีตองเหลืองยังยึดถือการแต่งงานแบบผัวเดียวเมียเดียว และการแต่งงานใหม่ก็ทำได้ แต่จะต้องมีการหย่าร้างกับคู่ครองเดิมแล้วเท่านั้น การมีสามีหรือภรรยามากกว่าหนึ่งคนในเวลาเดียวกัน ผีตองเหลือถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดผี ผิดจารีตประเพณีหากมีใครฝ่าฝืนทำผิดจารีตประเพณีในเรื่องนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ จะดลบันดาลให้สัตว์ป่า และพืชผักอาหารต่าง ๆ ในป่าหมดไป ซึ่งจะนำความเดือดร้อนมาให้กับผีตองเหลืองทั้งหมด ความเชื่อถือ มีการนับถือผี และมีพิธีกรรมเซ่นสรวงบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นผีผู้รักษาป่า ภูเขาและลำห้วยต่าง ๆ อันเป็นต้นกำเนิดเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของเขา แต่การนับถือผีของชนเผ่าผีตองเหลือง ไม่ซับซ้อนเหมือนกับชนเผ่าอื่น ๆ ผีตองเหลืองนับถือผีป่า ผีภูเขา และผีลำห้วย การเซ่นไหว้บูชาจะกระทำในคืนวันเพ็ญด้วยการเต้นรำรอบ ๆ หอกยาว เครื่องดนตรีมีอย่างเดียวคือ แคน เกี่ยวกับผู้ตาย ผีตองเหลืองจะทำพิธีโดยการวางศพลงบนกองไม้แล้วปิดด้วยใบไม้ ญาติพี่น้องจะหมอบลงใกล้ศพ ร่ำไห้ จุดไฟเผาแล้วพากันรีบย้ายไปอยู่ที่อื่นทันที คนตายแล้ว เขาเชื่อว่า วิญญาณจะออกจาร่างท่องเที่ยวไปแล้วก็ไปสิงในร่างของสัตว์ชนิดต่าง ๆ การเจ็บป่วย เชื่อว่า วิญญาณที่ชั่วมาทำร้าย จะรักษาโดยใช้ไฟหรือควันไฟขับไล่ให้ออกไป เศรษฐกิจ ผีตองเหลืองเป็นกลุ่มชนที่มีวิถีชีวิตแบบเร่ร่อน ในอดีตไม่มีที่ดินทำกิน ไม่ปลูกพืช ไม่เลี้ยงสัตว์ ดำรงชีวิตไปวันหนึ่ง ๆ ด้วยการหาอาหารในป่า จำพวกสัตว์ป่า ผลไม้ และของป่ามาเป็นอาหาร รู้จักใช้ไฟเพื่อปรุงอาหารให้สุก หุงต้มอาหารโดยใช้กระบอกไม้ไผ่ และใช้หม้อที่ได้จากคนไทยหรือชาวเขา การแต่งกายที่เป็นจุดเด่นของเผ่าคือ ผู้ชายนุ่งผ้าเตี่ยวเล็ก ๆ เพียงผืนเดียวไม่ใส่เสื้อ ส่วนผู้หญิงก็มีเสื้อผ้าสวมใส่เช่นเดียวกับชนเผ่าอื่น ๆ ใช้ผ้าถุง และสวมเสื้อแบบคนไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผีตองเหลืองส่วนหนึ่งได้ออกจากป่า มารับจ้างทำงานให้กับคนไทย และชาวเขาที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับแหล่งที่อยู่อาศัยของเขา ซึ่งจะได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนเป็นเงินและสิ่งของเครื่องใช้ พวกนี้ขยันขันแข็งและทำงานหนัก เมื่อไปทำงานได้สวมใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป ลักษณะรูปร่างหน้าตาสีผมสีผิว คล้ายคนไทยและชาวเขาเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าแล้วจึงดูไม่ออกว่าเป็นคนเผ่าอะไร ชีวิตที่เร่ร่อนในป่า อาจจะยากลำบากมากกว่าแต่ก่อน เพราะสัตว์ป่ามีน้อยลง พืชและผลไม้ในป่าที่รับประทานได้ก็มีปริมาณจำกัด ดังนั้นเมื่อมีคนไทยหรือชาวเขาเผ่าอื่น ๆ จ้างผีตองเหลืองมาทำงานในไร่ พวกนี้ก็ยินดีที่จะทำ การดำรงเผ่าพันธุ์ ผีตองเหลืองเป็นเผ่าที่มีประชากรน้อย ในอดีตเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว เคยมีกลุ่มบุคลากรด้านการแพทย์ไปทำการเจาะเลือดชนกลุ่มนี้ และจำมาตรวจดู ปรากฏว่า เป็นเลือดกลุ่มเอทั้งสิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การแต่งงานของผีตองเหลืองจะมีอยู่ในเผ่าของตนเท่านั้น สำหรับปัจจุบันมีหญิงสาวเผ่านี้บางคนลงมาทำงานรับจ้างอยู่ในเมืองและแต่งงานกับคนไทยก็มี การที่ผีตองเหลืองหันมามีอาชีพรับจ้างทำงานให้คนไทย หรือชาวเขา ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมประเพณีของเขา ซึ่งหน่วยงานของทางรางการและเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านสวัสดิการสังคมการศึกษาและสาธารณสุข ได้ใช้วิธีการในการที่จะทำให้ผีตองเหลืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม และที่เหมาะสมก็น่าที่จะอนุรักษ์ไว้เพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์ของเขาต่อไป |
|
WWW.watsrisoda.com ลิขสิทธิ์ © 2003 [วัดศรีโสดา] สงวนลิขสิทธิ์ ปรับปรุงแก้ไข: 05/01/48 |