![]() |
|
กะเหรี่ยง|แม้ว|เย้า|มูเซอ|ลีซอ|อีก้อ|ลัวะ|ถิ่น|ขมุ|ผีตองเหลือง|ปะดอง|ปะหล่อง|12 ชนเผ่า|วัดศรีโสดา|โครงการพระธรรมจาริก| |
|
|
|
ประวัติความเป็นมา ขมุ เป็นชาวเขาเผ่าหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่มีถิ่นที่อยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย นักภาษาศาสตร์ จำแนกภาษาของชาวขมุอยู่ในตระกูลภาษา มอญ-เขมร ซึ่งอยู่ในตระกูลออสโตรีเอเชียติก ชาวขมุเรียกตัวเองว่า "ขมุ" อ่านว่า ขะ - มุ (เสียงวรรณยุกต์ตรี) แต่คนต่างเผ่ากับชาวขมุมักจะเรียกชาวขมุว่า "ขะ-หมุ" (เสียงวรรณยุกต์เอก) ซึ่งคำว่า "ขมุ" นี้มีความหมายในภาษาไทยว่า "คน" ขมุในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ
โดยแยกตามความแตกต่างทางภาษาท้องถิ่นและลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม กล่าวคือ ชาวขมุลื้อ ค่อนข้างจะเป็นกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากโลกภายนอกมากกว่า ภาษาที่ใช้พูดจะมีภาษาไทยเหนือปะปนอยู่มาก การยึดถือจารีตประเพณีและความเชื่อดั้งเดิมก็ค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าขมุมกพลาง ลักษณะการตั้งถิ่นฐาน เชื่อกันว่า ขมุ เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของเอเชียงอาคเนย์ ในปัจจุบัน ขมุกระจายตัวอยู่ทางประเทศลาวตอนเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแขวงหลวงพระบาง สำหรับประเทศไทยนั้น ขมุมีอยู่อย่างหนาแน่นในจังหวัดน่าน นอกจากนั้นมีอยู่ในจังหวัดเชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ สุโขทัยและอุทัยธานี จำนวนประชากร ขมุในประเทศไทยนั้น จากการสำรวจพบว่ามี 35 หมู่บ้าน 1,951 หลังคาเรือน 10,476 คน คิดเป็นร้อยละ 1.39 ของจำนวนประชากรชาวเขาทั้งหมดในประเทศไทย เนื่องจากขมุเป็นกลุ่มชาวเขากลุ่มหนึ่งที่ไม่ปลูกฝิ่น ดังนั้นส่วนใหญ่จึงตั้งบ้านในระดับความสูงที่ต่ำกว่า 1,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และที่ตั้งหมู่บ้านส่วนใหญ่จะนิยมพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา นอกจากนี้ยังนิยมตั้งหมู่บ้านที่มีทางเข้าหมู่บ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งขมุถือว่าจะนำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้แก่คนในหมู่บ้าน ลักษณะบ้านขมุ เป็นบ้านยกพื้นและพื้นบ้านมี 2 ระดับ บ้านส่วนใหญ่จะมีห้องนอนเดียวซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบบ้านกับลักษณะโครงสร้างของครอบครัว กล่าวคือ ขมุมักจะมีครอบครัวเป็นครอบครัวเดียว จึงมิได้มีโครงสร้างบ้านที่สามารถจะแบ่งออกเป็นห้องเล็ก ๆ ได้มากนัก และการที่ที่จะต่อเติมบ้านก็กระทำได้ยากเนื่องจากเป็นบ้านยกพื้น ระบบเศรษฐกิจ ขมุส่วนใหญ่ หาเลี้ยงชีพโดยการทำไร่บนภูเขา โดยใช้ระบบการประกอบเกษตรกรรมที่เรียกว่า ไร่หมุนเวียน กล่าวคือ เมื่อได้กำหนดการตัดโค่นต้นไม้และเผาเพื่อใช้พื้นที่เป็นที่เพาะปลูกแล้ว ก็จะใช้พื้นที่แห่งนั้นประมาณ 1-3 ปี แล้วจะปล่อยให้พื้นที่นั้นพักตัวให้ต้นไม้ขึ้นเป็นป่าใหม่ ประมาณ 1-3 ปี เพื่อให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นแล้วจึงแผ้วถางกลับไปใช้พื้นที่นั้นใหม่ ส่วนพืชที่ปลูกนั้น ได้แก่ข้าวสำหรับบริโภคและข้าวโพดสำหรับเลี้ยงสัตว์นอกจากนี้ยังมีการปลูกพืชสวนครัว ซึ่งเป็นพืชจำพวกเครื่องเทศ เช่น พริก หอม กระเทียม ตะไคร้ ข่า ขมิ้น เป็นต้น เมื่อพิจารณาระบบเศรษฐกิจของขมุโดยส่วนรวมสามารถจัดได้ว่า ขมุส่วนใหญ่มีระบบเศรษฐกิจและยังชีพ นอกจากนี้ ขมุ ยังจัดได้ว่าเป็นพวกที่มีความชำนาญในเรื่องการทำไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเลื่อยไม้ ทั้งนี้ เป็นผลเนื่องมาจากการที่ชาวอังกฤษและฝรั่งเศสได้เข้ามาทำอุตสาหกรรมไม้ในประเทศไทย ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2429 เป็นต้นมา และได้จ้างพวกขมุมาเป็นคนงานในการทำป่าไม้ ทำให้พวกขมุได้รับความรู้ในเรื่องอุตสาหกรรมไม้ และถ่ายทอดความรู้กันมาจนถึงปัจจุบัน ความเชื่อถือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้าน นอกจากผีหลวง (โฮร่อน่ำ) และผีหมู่บ้าน (โฮร่อกุ้ง) ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านแล้ว ในแต่ละบ้าน ยังมีผีประจำบ้าน (โฮร่อก้าง) อีกด้วย ประเพณีที่สำคัญ
ขมุมีความเชื่อเรื่องขวัญว่า คนเรามีขวัญเก้าขวัญ คนที่เจ็บป่วยเพราะขวัญออกร่างไป การเรียกขวัญให้กลับคืน ต้องเชิญหมอขวัญมาทำพิธีเรียกขวัญ |
|
WWW.watsrisoda.com |